การฉีดยาควบคู่กับการใช้อัลตราซาวด์นำทางเพื่อเพิ่มความถูกต้องและแม่นยำ  (Ultrasound-guided injections)

กระบวนการนี้ได้เปลี่ยนแปลงวงการศัลยกรรมกระดูกและข้อไปอย่างกว้างขวาง เนื่องจากวิธีการดังกล่าวช่วยให้การฉีดยาสามารถส่งตัวยาหรือสารน้ำยาเข้าไปยังตำแหน่งที่ต้องการฉีด หรือตำแหน่งที่มีอาการปวดหรืออักเสบได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งวิธีการดังกล่าวมีประโยชน์ดังนี้

  1. ภาพแบบเรียลไทม์:
    เทคโนโลยีอัลตราซาวด์ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพแบบเรียลไทม์ของโครงสร้างภายในร่างกาย ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นภาพบนหน้าจอขณะทำการเริ่มทำหัตถการฉีดยา
  2. การนำทางเข็ม:
    ในระหว่างการทำหัตถการ แพทย์จะใช้ภาพอัลตราซาวด์เพื่อนำเข็มไปยังบริเวณเป้าหมายอย่างแม่นยำ เช่น ข้อต่อ เอ็น หรือเส้นเอ็นเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นจุดที่ลึกเพียงใด หากภาพอัลตราซาวด์สามารถแสดงให้เห็นบทหน้าจอได้ แพทย์ก็จะสามารถนำหัวเข็มไปจนถึงจุดหมายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
  3. ลดความเสี่ยง:
    การมองเห็นแบบเรียลไทม์ช่วยลดความเสี่ยงของการฉีดยาไปยังเนื้อเยื่อหรือโครงสร้างใกล้เคียง ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนได้ ซึ่งหัตถการนี้เป็นการลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนได้มากขึ้นนั้นเอง

ข้อดีของหัตถการนี้ 

  1. เพิ่มความแม่นยำ ตรงจุด ตรงเป้า แม่นยำ
  2. ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น การบาดเจ็บของเส้นประสาท การติดเชื้อ และการมีเลือดออก
  3. เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่า 
  4. ลดความจำเป็นในการฉีดยาซ้ำ เมื่อฉีดยาเข้าสู่บริเวณที่มีอาการปวดได้อย่างถูกต้อง อาจช่วยลดความจำเป็นในการฉีดยาหลายครั้ง เจ็บตัวน้อยกว่า ผลการรักษาดีกว่านั่นเอง
  5. ความหลากหลายในการนำอัลตราซาวด์ มาใช้ควบคู่กับการฉีดยา ซึ่งสามารถใช้สำหรับการฉีดยาหลายประเภท เช่น
    • การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์
    • การฉีดกรดไฮยาลูโรนิก
    • การฉีดพลาสมาที่มีเกล็ดเลือด (PRP)
    • การฉีดบล็อกเส้นประสาท

โรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการฉีดยาควบคู่กับการใช้อัลตราซาวด์นำทาง  (Ultrasound-guided injections)

  • ข้ออักเสบ เช่น ข้อเสื่อม ข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • เอ็นอักเสบ บริเวณทั่วร่างกาย
  • ถุงน้ำรอบข้ออักเสบ
  • ปวดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย
  • ปวดข้อ ข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อสะโพก

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ว่าหัตถการนี้จะปลอดภัย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น

  • การติดเชื้อ ความเสี่ยงเล็กน้อยที่อาจเกิดการติดเชื้อบริเวณที่ฉีดยา
  • การมีเลือดออก อาจมีเลือดออกเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดยา
  • เส้นประสาทบาดเจ็บ ในกรณีที่หายาก การบาดเจ็บของเส้นประสาทอาจเกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่มักเป็นชั่วคราว
  • การแพ้ยา อาจมีอาการแพ้ยา แต่พบได้น้อย

การเตรียมตัวผู้ป่วย

ก่อนการฉีดยา แพทย์อาจแนะนำให้หยุดยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ตรงตามนัดหมาย และส่งผลให้ผลการรักษามีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

การฟื้นตัว

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังจากการฉีดยา อาจมีอาการปวดหรือเจ็บบริเวณที่ฉีดยา แต่จะหายไปในไม่กี่วัน แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลแผลและข้อจำกัดด้านการทำกิจกรรมต่าง ๆในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการดูแลพักฟื้นตัวเองและบางรายอาจจะต้องยังไงรับประทานยาที่จำเป็นบางตัวตามแพทย์สั่งอีกด้วย

หมายเหตุสำคัญ:

  • การหยุดรับประทานยา ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาเท่านั้น  ไม่แนะนำให้หยุดยาเอง เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อโรคหรือภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย
  • ถึงแม้ว่าการฉีดยาควบคู่กับการใช้อัลตราซาวด์นำทางเพื่อเพิ่มความถูกต้องและแม่นยำ จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกกรณี แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามสภาพโรค อาการ และสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นสำคัญ

ข้อจำกัด: ข้อมูลนี้เพื่อการให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องแม่นยำ

DR. PRATYA JARATJITWILAI

PRATYA BONE CARE

Email : pratyabonecare@gmail.com

LINE ID : pratyabonecare