| ระยะเวลา | ช่วงเวลา | เป้าหมาย | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| ระยะที่ 1 | สัปดาห์ที่ 1-6 | ปกป้องการซ่อมแซมเส้นเอ็นและลดอาการอักเสบ/ปวด | – ใช้การประคบเย็นเพื่อลดอาการปวด – ใช้สลิงยกแขน (Abduction sling) – ห้ามขยับข้อต่อไหล่ (ROM) – การเคลื่อนไหวที่ใช้งานได้ (ROM) สำหรับมือ ข้อมือ และข้อศอก – ทำการออกกำลังกายไหล่โดยใช้สลิง |
| ระยะที่ 2 | สัปดาห์ที่ 6-10 | ปกป้องการซ่อมแซมเส้นเอ็นและลดความแข็งเกร็งหลังการผ่าตัด | – ทำการเคลื่อนไหวข้อต่อ (ROM) แบบพาสซีฟ โดยไม่ใช้แรง – ห้ามเคลื่อนไหวข้อต่อแบบแอคทีฟ และห้ามยื่นแขนไปด้านหลัง – ห้ามรับน้ำหนักจากแขนข้างที่ผ่าตัด – หลีกเลี่ยงการยกไหล่ขณะยกแขน |
| ระยะที่ 3.1 | สัปดาห์ที่ 10-14 | ปรับการเคลื่อนไหวให้เป็นปกติและการทำกิจกรรมประจำวัน | – การเคลื่อนไหวแบบแอคทีฟด้วยความช่วยเหลือ – เคลื่อนไหวในขอบเขตที่สะดวกสบาย – ใช้ไม้เท้าหรือไม้ค้ำยันในการช่วยเคลื่อนไหว |
| ระยะที่ 3.2 | สัปดาห์ที่ 14-18 | ปรับการเคลื่อนไหวให้เป็นปกติและการทำกิจกรรมประจำวัน | – การเคลื่อนไหวแบบ active ด้วยความพยายามต่ำ – หลีกเลี่ยงการผลักหรือดันที่ใช้แรงมาก – ควบคุมการจัดตำแหน่งของสะบักให้เหมาะสมในขณะพักและทำกิจกรรม |
| ระยะที่ 4 | สัปดาห์ที่ 18-22 | เพิ่มการเคลื่อนไหวเต็มที่และฟังก์ชันปกติในการทำกิจกรรมประจำวัน | – ยกของที่มีน้ำหนักไม่เกิน 5 ปอนด์ – ห้ามยกของที่มีน้ำหนักมากหรือเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน – การยืดกล้ามเนื้อและออกกำลังกายเสริมกำลังเริ่มต้น |
| ระยะที่ 5 | สัปดาห์ที่ 22-26 | ฟื้นฟูกำลังและพลังให้มากที่สุด รักษาการเคลื่อนไหวที่ไม่มีอาการปวด | – การเสริมกำลังกายขั้นสูง – ยกของที่มีน้ำหนักไม่เกิน 10 ปอนด์ – ห้ามยกของเหนือศีรษะหรือทำการผลัก/ยกที่ใช้แรงมาก |
| ระยะที่ 6 | สัปดาห์ที่ 26-30 | กลับสู่การเล่นกีฬา | – ห้ามยกของที่มีน้ำหนักมากหรือทำการเคลื่อนไหวที่ใช้แรงมาก – หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวด – โปรแกรมการกลับสู่กีฬาเฉพาะบุคคล |
ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดแนวทางการฟื้นฟู มีดังนี้
- ขนาดของการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ Rotator Cuff
- ชนิดของการซ่อมแซม Rotator Cuff
- คุณภาพของเนื้อเยื่อ Rotator Cuff
- จำนวนของเส้นเอ็นที่ได้รับผลกระทบ
- ปัจจัยเฉพาะของผู้ป่วย: อายุ, โรคที่ร่วม (เช่น ดัชนีมวลกาย (BMI) สูง หรือเบาหวาน)
ข้อควรระวัง และให้รีบติดต่อศัลยแพทย์ของท่านเมื่อท่านมีอาการดังต่อไปนี้
- มีไข้สูง
- มีอาการชาหรือมีอาการแปล๊บที่ไม่หาย
- มีน้ำหรือเลือดไหลออกจากแผลมากเกินไป
- ความปวดที่ไม่สามารถควบคุมได้
- อาการอื่น ๆ ที่ทำให้คุณกังวล




